ดูกันชัดๆ ความแตกต่างของหนัง ทั้ง 5 ชนิด

ดูกันชัดๆ ความแตกต่างของหนัง ทั้ง 5 ชนิด

สำหรับใครที่กำลังมีข้อสงสัย ความแตกต่างของหนัง แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร ? และหนังแบบไหนดีกว่ากัน ?
ฮิลมายน่า มีคำตอบครับ

ความแตกต่างของหนัง

     1. Genuine leather ( หนังแท้ ) มีลักษณะที่ชัดเจน คือ รูขุมขนของผิว และลวดลายที่ไม่สม่ำเสมอ เป็นธรรมชาติ ท้องของหนังจะเป็นเส้นใย และมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์  ซึ่งต้องการการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ หนังแท้นี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ชั้น คือ

     1.1 Grain เป็นหนังผิวชั้นบนสุด ซึ่งมีลวดลายและรูขุมขนที่ยังคงชัดเจน เป็นหนังที่มี คุณภาพดี ที่สุด เหมาะสำหรับใช้เป็นส่วนหน้าของชิ้นงาน

     1.2 Split เป็นหนังชั้นกลาง ที่ถูกปาดผิวชั้นบนออกไป ส่วนมากนิยมแปรรูปเป็นหนัง Nubuck , Suede เป็นที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นหนังที่ยังคงมี คุณภาพ ดี สามารถใช้งานได้หลากหลาย และมีราคาที่ถูกกว่าหนังผิว

     1.3 Lining หนังท้อง เป็นชั้นล่างสุดของหนังแท้ ส่วนมากถูกนำไปแปรรูปเป็นหนังกลับ หรือส่วนซับในของกระเป๋า เพราะมีราคาที่ถูก และ ระบายอากาศได้ดี

พื้นผิว : มีความนุ่มและยืดหยุ่นสูง

น้ำหนัก : ค่อนข้างสูง

ระบายอากาศ : ดีมาก – ดี

ความทนทาน :  10 – 15 ปี ขึ้นอยู่กับหนังแต่ละประเภท

ความชื้น และ เชื้อรา : ไม่ทนต่อความชื้น ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย

ริ้วรอย : ผิวสัมผัสเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ( ยกเว้นหนังทำสีบางประเภท )

ราคา : หนังผิวจะมีราคาแพงที่สุด และตามมาด้วยหนังท้อง และหนังกลับ

ความแตกต่างของหนัง

     2. PU ( Poly Urethane ) เป็นผลผลิตจากอุตสาหกรรรมปิโตรเลียม มีสารตั้งต้นมาจากโพลียูริเทนและเรซิ่น คุณภาพดีและมีผิวสัมผัสหลากหลายทั้งนุ่มและกระด้าง อีกทั้งยังมีสีสันให้เลือกหลากหลาย ข้อดีคือ ชิ้นงานจะดูเรียบร้อยสวยงามในราคาที่ย่อมเยาว์  แต่อายุการใช้งานก็ลดลงมาเช่นกัน

 

หนัง PU นั้นมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 2 – 4 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานแต่ละบุคคล หนังชนิดนี้ จะไม่ทนทานต่อความร้อน หากโดนไฟลน จะไหม้ทันที นิยมนำไปใช้กับงานกระเป๋า เฟอร์นิเจอร์ ผิวหน้ารองเท้า

 

พื้นผิว : มีความนุ่ม / กระด้างแตกต่างกัน ยืดหยุ่นสูง

 

น้ำหนัก : เบา

 

ระบายอากาศ : ไม่ดี

 

ความทนทาน :  2 – 4 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

 

ความชื้น และ เชื้อรา : ทนต่อความชื้นได้ดี

 

ริ้วรอย : ผิวสัมผัสเกิดรอยขีดข่วนได้บางชนิด

ราคา : ถูกกว่าหนังสังเคราะห์ประเภทอื่น ๆ และ ราคาใกล้เคียงกับหนังประเภท PVC

ความแตกต่างของหนัง

     3. PVC ( Poly Vinyl Chloride ) เป็นเทอร์โมพลาสติกที่แข็งและไม่มีกลิ่น ทำจากคลอรีน 57 % ที่มาจากพัฒนาจากเกลือเกรดอุตสาหกรรม และ คาร์บอน 43 % ที่มาจากน้ำมันและก๊าซผ่านเอทิลีน  มีคุณสมบัติคล้ายหนัง PU แต่ผิวสัมผัส ค่อนข้างกระด้างกว่า PU แต่ทนแรงดึงสูงและรับน้ำหนักได้ดี ข้อดี คือรอยขีดข่วนไม่สามารถ ทำให้เกิดร่องรอย กับหนังชนิดนี้ได้ อายุการใช้งานมากกว่า หนัง PU แต่ไม่สามารถทนความร้อนได้

 

พื้นผิว : กระด้าง ทนแรงดึงได้สูง รับน้ำหนักดี

 

น้ำหนัก : เบา

 

ระบายอากาศ : ไม่ดี

 

ความทนทาน :  2 – 4 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

 

ความชื้น และ เชื้อรา : ทนต่อความชื้นได้ดี

 

ริ้วรอย : รอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อยไม่ส่งผลกับหนังชนิดนี้

ราคา : ถูกกว่าหนังสังเคราะห์ประเภทอื่น ๆ และมีราคาใกล้เคียงกับหนังประเภท PU

ความแตกต่างของหนัง

     4. Microfiber หนังไมโครไฟเบอร์ เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่ใช้ Polyurethane + Resin คุณภาพสูง ผสมกับ ไฟเบอร์เพื่อเลียนแบบโครงสร้างของ หนังแท้ หนังชนิดนี้จึงมีความสวยงาม และทนทาน แทบจะใกล้เคียงกับหนังแท้ ทั้งชั้นผิวและท้องมีโครงสร้างไม่แต่ต่างจากหนังแท้มากนัก มีความยืดหยุ่น และ ทนความร้อนสูง อีกทั้ง ยังทนต่อความชื้น และ เชื้อราได้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้มีความทนทานเป็นพิเศษ และน้ำหนักเบา เมื่อผ่านการใช้งาน สามารถเกิดรอยขีดข่วนได้เช่นเดียวกับ กระเป๋าหนังแท้

 

ปัจจุบัน หนังประเภทนี้ ได้ถูกนำมาใช้ทดแทนหนังแท้มากขึ้น และ กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังคงมีราคาที่ค่อนข้างแพงตามท้องตลาด

 

พื้นผิว : นุ่มลื่น ทนแรงดึงได้สูง รับน้ำหนักดี

 

น้ำหนัก : เบา

 

ระบายอากาศ : ดี

 

ความทนทาน :  5 – 10 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

 

ความชื้น และ เชื้อรา : ทนต่อความชื้นได้ดี

 

ริ้วรอย : ผิวสัมผัส เกิดรอยขีดข่วนได้

 

ราคา : แพงกว่า หนังสังเคราะห์ ประเภทอื่น

ความแตกต่างของหนัง

     5. Bonded leather เป็นหนังรีไซเคิล มีนวัตกรรมใหม่ ที่นำเอาเศษ หนัง ที่เหลือใช้จำนวนมาก มาปั่นให้ละเอียด และผสมเข้ากับเรซิ่น ไขมัน และลาเท็กซ์ ผ่านเข้ากรรมวิธีเฉพาะ จนได้มาเป็นเจ้า หนัง ชนิดนี้ พูดได้อย่างสบายใจว่าเจ้าหนังชนิดนี้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังช่วยลดปริมาณขยะ ที่เกิดจากอุตสาหกรรมการผลิตหนัง ได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังมีการโค้ดผิวหน้า ให้เหมือนกับหนังแท้แต่ละชนิดขึ้นอีกด้วย ด้วยความเหนียวแน่นของโมเลกุลที่ประสานกัน ทำให้หนังชนิดนี้มี ความทนทานสูง แต่ก็มี ความยืนหยุ่น ที่ต่ำ ยังระบายอากาศได้ไม่ค่อยดีนัก และยังมี ต้นทุนการผลิต ที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้ชิ้นงานมี ราคาแพง มื่อเทียบกับ PU และ PVC

 

พื้นผิว : กระด้างและไม่ยืดหยุ่น

 

น้ำหนัก : ปางกลาง

 

ระบายอากาศ : ไม่ดี

 

ความทนทาน :  3 – 6 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

 

ความชื้น และ เชื้อรา : ปานกลาง

 

ริ้วรอย : ผิวสัมผัสเกิดรอยขีดข่วนได้

 

ราคา : ปานกลาง – สูง

ชม สิ น ค้ า พ รี เ มี่ ยม ที่เราผลิตได้ที่ :
https://www.hilmynabrand.com/shop
http://www.facebook.com/hilmynahandmade/albums

ลูกค้าที่ไว้วางใจ สั่งผลิตสินค้ากับเรา :
https://www.hilmynabrand.com/premium
http://www.facebook.com/hilmynahandmade/albums

ติดต่อ สอบถาม – ป รึก ษา ข้อ มูล ในการ ผลิตสินค้าพรีเมี่ยม
Line Official : @hilmyna
Facebook : http://www.facebook.com/hilmynahandmade
IG : Hilmynahandmade
E – mail : hillmynahandmade@gmail.com
Mobile : 085 – 507 7766 คุณตรอง, 097 – 207 9889 คุณน้ำผึ้ง

Close
Sign in
Close
Cart (0)

No products in the cart. No products in the cart.